สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
คะแนนความเสี่ยงจาก Framingham
หมอปัณ

กรุณาเข้าระบบก่อน

อ่าน: 1615
ตารางค่าคะแนนความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจแบบใหม่
Modified Framingham risk profile มีการปรับปรุงเพื่อให้เกิดความเที่ยงตรงมากขึ้นตามลำดับ

ตั้งแต่เริ่มแรก ค่าคะแนนความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจของ Framingham Heart Study ได้กำหนดการให้คะแนนความเสี่ยงตามค่าการตรวจพบปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ของผู้ป่วยในระบบ point-based (4) โดยแยกเป็นค่าคะแนนตามตารางปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ดังนี้

  1. เพศ  หญิงหรือชายใช้ตารางคะแนนความเสี่ยงคนละชุดกัน
  2.  ค่าความดันโลหิต พิจารณาทั้งค่าตัวบนและตัวล่าง เมื่อเทียบตารางแล้ว ค่าคะแนนใดสูงกว่าให้ใช้ตัวนั้น
  3. ระดับโฆเลสเตอรอลรวม (total cholesterol)
  4. ระดับโฆเลสเตอรอลชนิดไขมันความหนาแน่นต่ำ (LDL-Cholesterol) ตารางนี้ให้เลือกใช้เมื่อสามารถวัดค่าได้โดยตรง(ไม่ใช่จากการคำนวณ) โดยเลือกใช้ตารางนี้ หรือตารางโฆเลสเตอรอลรวม อย่างใดอย่างหนึ่ง
  5.  การเป็นโรคเบาหวาน
  6.  การสูบบุหรี่ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมาว่า ยังสูบบุหรี่อยู่หรือไม่

ตารางคะแนนความเสี่ยงต่างๆ แสดงไว้ในแผนภาพดังรูปที่ 1 และรูปที่ 2 แยกตามเพศชายและหญิงตามลำดับ จะเห็นว่า การคำนวณคะแนนรวมจากตารางต่างๆ ในขั้นตอนสุดท้าย นำมาเทียบเคียงเพื่อเทียบค่าคะแนนความเสี่ยงสุดท้ายออกมาอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกันนั้น ยังมีค่าคะแนนเสี่ยงมาตรฐานในช่วงอายุต่างๆ ไว้ให้เปรียบเทียบด้วย เพื่อให้ได้รับทราบว่าค่าคะแนนความเสี่ยงของตน สูงหรือต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานเพียงใด

ทั้งนี้ทั้งนั้น มาตรฐานค่าคะแนนความเสี่ยงต่างๆ เหล่านี้ ได้จัดทำขึ้นในขั้นต้นด้วยข้อมูลประชากรนับหมื่นรายในชุมชน Framingham มลรัฐ Massachusetts ของประเทศสหรัฐอเมริกา  ซึ่งทั้งหมดเป็นคนผิวขาว  โดยการศึกษานี้ครอบคลุมเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจ ไม่ครอบคลุมโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดอื่นๆ  การประเมินความเสี่ยงนี้ใช้กับประชากรที่ไม่มีประวัติเป็นโรคหัวใจมาก่อนและมีช่วงอายุระหว่าง 30-75 ปี  และยังเป็นการประเมินความเสี่ยงในช่วง 10 ปีข้างหน้าเท่านั้น ไม่ใช่การประเมินความเสี่ยงตลอดชีพแต่อย่างใด

ในปี ค.ศ. 2001 จากการประชุมร่วมของผู้เชี่ยวชาญในจัดหาวิธีการรักษาไขมันในผู้ใหญ่ครั้งที่ 3 (ATP III) ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดขึ้นโดยโครงการให้การศึกษาเกี่ยวกับโฆเลสเตอรอลแห่งชาติ (NCEP, National Cholesterol Education Program) ได้ทำการรวบรวมหลักฐานการแพทย์เชิงประจักษ์มากมาย  ปรับปรุงและดัดแปลงการคำนวณค่าคะแนนความเสี่ยงของ Framingham Heart Study หลายประการ ตามตารางที่แสดงไว้ในรูปที่ 3 และ 4 สำหรับชายและหญิงตามลำดับ การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมีดังนี้

  1. ยกเลิกค่าคะแนนจากตาราง LDL-Cholesterol   คงใช้แต่ค่าคะแนนจากตาราง total cholesterol ซึ่งมีความน่าเชื่อถือมากกว่า
  2. ลดความสำคัญของค่าความดันโลหิตตัวล่าง (diastolic blood pressure) คงใช้แต่ค่าความดันโลหิตตัวบน (systolic blood pressure) แต่ให้ความสำคัญกับสถานภาพการได้รับการรักษาความดันโลหิตสูงแทน
  3.  กลุ่มประชากรที่ประเมินต้องไม่เป็นหรือมีอาการแสดงของโรคหลอดเลือดหัวใจ ไม่เป็นโรคหลอดเลือดส่วนปลาย และโรคหลอดเลือดแดงในช่องท้องโป่งพอง การเป็นโรคเหล่านี้ ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
  4. โรคเบาหวานจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง คือเสี่ยงเท่ากับผู้เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ (CHD risk equivalent) จึงไม่มีการประเมินผู้ป่วยกลุ่มโรคเบาหวานตามสูตรใหม่นี้
  5.  ค่าคะแนนความเสี่ยงขั้นสุดท้ายไม่ได้นำมาเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานตามอายุเหมือนอย่างเดิมอีกต่อไป  แต่ใช้วิธีการจัดแบ่งค่าคะแนนความเสี่ยงสุดท้ายออกมาเป็น 3 ระดับ  คือ ระดับเสี่ยงน้อย 0-10 %   ระดับเสี่ยงปานกลาง  10-20 %  ระดับเสี่ยงสูง >20% 
  6. ระดับความเสี่ยงที่แบ่งเป็น 3 ระดับนี้ ยังสามารถบ่งบอกถึงน้ำหนักมากน้อยในการตั้งเป้าหมายการลดระดับไขมันในร่างกาย ด้วยการเทียบเคียงกับจำนวนปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอยู่ (นอกเหนือจากค่าไขมันความหนาแน่นต่ำ LDL ดังแสดงในตารางที่ 1(5) )   จำนวนปัจจัยเสี่ยงที่มีเพียงหนึ่งเดียว กับที่มีจำนวนตั้งแต่ 2 ปัจจัยขึ้นไป มีความหมายในการตั้งเป้าหมายการลดระดับไขมันต่างกัน ดังที่เห็นอยู่ในตารางที่ 2 (ตาราง update ATP III ปี 2004(6) )  ยกตัวอย่างเช่น ผู้มีคะแนนความเสี่ยง 15%  ที่มีปัจจัยเสี่ยง 2 ข้อขึ้นไป (คือเป็นเพศชาย ที่มีอายุมากกว่า 45 ปี และยังสูบบุหรี่อยู่ด้วย)  ตามตารางเทียบเคียงนี้ จะมีเป้าหมายในการลดระดับ LDL-Cholesterol ลงมาอยู่ที่ 100 มก.% เป็นต้น 

ปัจจัยเสี่ยงหลัก (นอกเหนือจาก LDL-Cholesterol) ที่ใช้ในการปรับเป้าหมายการลด LDL

การสูบบุหรี่ 
ความดันโลหิตสูง ( BP >= 140/90 มม.ปรอท หรือกำลังรับการรักษาความดันโลหิตสูง) 
HDL Cholesterol ต่ำ (< 40 mg/dL) * 
ประวัติโรคหลอดเลือดหัวใจก่อนกำหนดในครอบครัว (เกิดกับญาติผู้ชายอายุน้อยกว่า 55 ปี ญาติผู้หญิงอายุน้อยกว่า 65 ปี)
 
อายุ (ชาย >= 45 ปี  หญิง >= 55 ปี)
   
* HDL-Cholesterol >= 65 mg/dL ถือเป็นปัจจัยเสี่ยง ลบ ใช้เป็นตัวลบ 1 คะแนนจากผลรวมจำนวนความเสี่ยงหลักทั้งหมด

ตารางที่ 1  แสดงปัจจัยความเสี่ยงหลักที่ใช้นับจำนวนความเสี่ยงเพื่อเทียบเคียงในการปรับเป้าหมายการลดระดับ LDL Cholesterol

  

     

      * CHD หมายรวมถึงประวัติโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคหลอดเลือดตีบชั่วคราว หัตถการหลอดเลือดหัวใจ (ผ่าตัด angioplasty หรือ bypass) หรือมีอาการแสดงทางคลินิกชัดเจนในโรคหัวใจขาดเลือด
       CHD risk equivalents หมายรวมถึง โรคหลอดเลือดแข็งตัวที่ไม่ใช่หลอดเลือดหัวใจ (โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย โรคหลอดเลือดแดงช่องท้องโป่งพอง และโรคหลอดเลือดแดงคารอติด) โรคเบาหวาน และผู้มีจำนวนความเสี่ยง 2+ และคะแนนเสี่ยง 10 ปี > 20%)
        § ผู้มีจำนวนปัจจัยเสี่ยง 0 – 1 เกือบทั้งหมดมีคะแนนความเสี่ยง < 10% จึงไม่มีความจำเป็นในการประเมินความเสี่ยงในกลุ่มผู้มีจำนวนปัจจัยเสี่ยง 0 – 1
         ! ผู้เสี่ยงสูงมาก ควรตั้งเป้าหมายลด LDL-C อยู่ที่ < 70 mg/dl  เช่นเดียวกับผู้ป่วยที่มี ระดับไตรกลีเซอไรด์สูง และระดับ non HDL-C < 100 mg/dl
         เป้าหมายทางเลือกคือ LDL-C < 100 mg/dl
          # ใครก็ตามที่มีความเสี่ยงสูงหรือเสี่ยงสูงปานกลาง และมีปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวเนื่องกับวิถีชีวิต (lifestyle-related) (เช่น อ้วน ไม่มีกิจกรรมทางกาย ไตรกลีเซอไรด์สูง HDL-C ต่ำ หรือเป็น metabolic syndrome) เป็นผู้ที่ต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเพื่อปรับเปลี่ยนปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้โดยไม่ต้องสนใจระดับ LDL-C
          **เมื่อใช้ยาลด LDL มีข้อเสนอแนะว่า การรักษาต้องได้ผลถึงขั้นลดระดับลงได้ 30% - 40%
          †† ถ้าระดับ LDL-C  < 100 mg/dl การใช้ยาลด LDL เป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อหวังผลทางคลินิก  ถ้าผู้เสี่ยงสูงมีไตรกลีเซอไรด์สูง หรือ HDL-C ต่ำ พิจารณาให้ยาลด LDL-C พร้อมกับยากลุ่ม fibrate หรือ nicotinic acid
           สำหรับผู้เสี่ยงสูงปานกลาง เมื่อระดับ LDL-C อยู่ระหว่าง 100 และ 129 mg/dl  ณ ระดับต่ำสุดหรือเมื่อรักษาโดยเปลี่ยนวิถีชีวิต การให้ยาลด LDL-C เพื่อให้ LDL-C < 100 mg/dl เป็นทางเลือกการรักษาเพื่อหวังผลทางคลินิก

ตารางที่ 2  แสดงเป้าหมายและจุดตัดระดับ LDL-C ใน ATP III สำหรับการปรับเปลี่ยนวิถีดำเนินชีวิตและการรักษาด้วยยา ในกลุ่มเสี่ยงที่แตกต่างกัน (ATP III update 2004)

 References

4. Wilson PWF, D'Agostino RB, Levy D, Belanger AM, Silbershatz H, Kannel WB. Prediction of coronary heart disease using risk factor categories. Circulation 1998;97:1837-1847.

5. National Cholesterol Education Program (NCEP) Expert Panel on Detection, Evaluation, and Treatment of High Blood Cholesterol in Adults (Adult Treatment Panel III). Third Report of the National Cholesterol Education Program (NCEP) Expert Panel on Detection, Evaluation, and Treatment of High Blood Cholesterol in Adults (Adult Treatment Panel III) final report. Circulation. 2002;106:3143–3421.

6. Scott MG, James IC, C. Noel BM, H. Bryan B,  Luther TC, Donald BH, et al. NCEP Report: Implications of Recent Clinical Trials for the National Cholesterol Education Program Adult Treatment Panel III Guidelines. Circulation. 2004;110:227-239.

สร้าง: พ. 12 ธ.ค. 2550 @ 01:32   แก้ไข: อ. 29 ก.ค. 2551 @ 12:20   ขนาด: 23131 ไบต์
ความคิดเห็น
ไม่มีความคิดเห็น
ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.107.179.226
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
ความเสี่ยงวัดกันเป็นค่าคะแนน เพื่อใช้ในการติดตามโอกาสในการเกิดโรคที่มีปัจจัยเสี่ยงนั่นเอง